ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการเลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัท

กค 0706/587 · 20 มกราคม 2546

เลขที่หนังสือ
กค 0706/587
วันที่
20 มกราคม 2546
เลขตู้
66/32202

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ขอหารือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีอากร กรณีการเลิกกิจการและชำระบัญชีของบริษัท

ดังนี้

1. ถ้าหากในระยะแรกที่บริษัทเลิกบริษัทคาดว่าจะยื่นงบการเงินและแบบ ภ.ง.ด.50 ได้ทัน

ภายในกำหนดเวลา 150 วันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก จึงไม่ได้ยื่นคำร้องขอขยายเวลา

ต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก ซึ่งต่อมาปรากฏว่าเกิน

กำหนดเวลาสามสิบวันแล้วพบว่าไม่สามารถยื่นรายการและเสียภาษีภายในกำหนดเวลา 150 วัน นับแต่

วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก จะต้องดำเนินการอย่างไร และมีความผิดต้องรับโทษหรือไม่

2. ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการจะต้องจัดทำงบกำไรขาดทุนทางภาษีอากรขึ้นมา โดยใช้ราคา

สินทรัพย์ที่มีอยู่ทุกประเภทตามราคาตลาด ตามมาตรา 74(1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ถือเป็นรายได้

และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมนำส่งภาษี (ถ้ามี) ใช่หรือไม่ ทำให้งบกำไรขาดทุน ทางภาษีอากรจะเป็น

งบกำไรขาดทุนตามที่ปรากฏใน ภ.ง.ด.50 เท่านั้น ซึ่งจะไม่ตรงกับงบกำไร ขาดทุนตามที่

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรอง เนื่องจากงบกำไรขาดทุนที่ผู้สอบ บัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและ

รับรองนั้นสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ณ วันเลิกยังไม่มีการจำหน่าย ออกไปจริง ความเข้าใจดังกล่าวถูกต้อง

หรือไม่ และกรณีบริษัทเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สินทรัพย์ที่มีอยู่ทุกประเภทต้องตีราคา

ตามราคาตลาดและนำมาคำนวณเสียภาษี มูลค่าเพิ่มถูกต้องหรือไม่

3. เมื่อบริษัทจัดทำงบเลิก ณ วันที่เจ้าพนักงาน (กระทรวงพาณิชย์) รับจดทะเบียนเลิกส่ง

กรมสรรพากรภายในกำหนดเวลา 150 วัน ตามมาตรา 72 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว

ทรัพย์สินยังไม่ได้จำหน่ายจริง หนี้สินยังไม่ได้ชำระหมด ต้องมีการชำระบัญชีต่อจนสุดท้าย คืนทุน (ตาม

ขั้นตอนของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ดังนี้

(1) งบการเงินโดยเฉพาะงบกำไรขาดทุนที่เกิดจากการชำระบัญชีซึ่งอาจมีกำไรหรือ

ขาดทุนอันเกิดจากการจำหน่ายสินทรัพย์จริง และราคาขายได้จริงอาจแตกต่างจากราคาตลาดที่ได้ตีไว้

ตามมาตรา 74(1)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ในกรณีที่มีกำไรสุทธิ)

ก่อนจะโอนปิดบัญชีกำไรขาดทุนแบ่งให้กับหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น บริษัทจะต้องยื่นงบดุลและแบบ

ภ.ง.ด.50 เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้ายื่นเป็นงบดุล ณ วันใด และจะต้องเสีย

เงินเพิ่มและเบี้ยปรับหรือไม่

(2) เมื่อชำระบัญชีเสร็จ ซึ่งหมายถึงแบ่งสินทรัพย์คืนผู้เป็นหุ้นส่วนหรือ ผู้ถือหุ้นแล้วต้อง

แจ้งกรมสรรพากรอีกหรือไม่

4. บริษัทได้มีหนังสือแจ้งกระทรวงพาณิชย์ว่าเลิกกิจการตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2543 ซึ่ง

ตรงกับวันสิ้นรอบปีบัญชีตามปกติ จึงได้จัดทำงบวันที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2543 โดยระบุ ลงในงบด้วยว่า

ณ วันเลิก และนำส่งกระทรวงพาณิชย์และกรมสรรพากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว ปรากฏว่า

บริษัทได้นำมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้นที่ให้เลิกบริษัทตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2543 ไปจดทะเบียนเลิกกับ

เจ้าพนักงานผู้รับจดทะเบียนเลิกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2544 โดยทำ คำชี้แจงสาเหตุของการนำมติ

ที่ประชุมไปจดทะเบียนเลิกช้า กรณีนี้บริษัทยังคงต้องจัดทำงบ ณ วันเลิก (24 กรกฎาคม 2544) ตามที่

ประมวลรัษฎากรกำหนดใช่หรือไม่ และมีความผิดต้องรับโทษหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีที่บริษัทเลิกกิจการ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีให้ถือวันที่เจ้าพนักงานรับ

จดทะเบียนเลิกเป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี โดยให้ผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการมีหน้าที่และ

ความรับผิดร่วมกันในการยื่นรายการและเสียภาษีภายในกำหนดเวลา 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของ

รอบระยะเวลาบัญชี (วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก) ถ้าผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการไม่สามารถยื่น

รายการและเสียภาษีภายในกำหนดเวลาดังกล่าว และไม่ได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่

เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก ผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการยังคงมีหน้าที่ยื่นรายการและเสียภาษีต่อ

กรมสรรพากร ดังนั้น หากบริษัทไม่ได้ยื่นคำร้องและได้ยื่นรายการพ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด บริษัท

ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสีย ตาม

มาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร และต้องระวางโทษปรับอาญา กรณีไม่ยื่นรายการภายในกำหนดเวลา

ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร

2. กรณีที่บริษัทเลิกกิจการ ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ

ทรัพย์สินที่คงเหลืออยู่ให้ใช้ราคาตลาดตามมาตรา 74 แห่งประมวลรัษฎากร และกรณีที่บริษัทเป็น

ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสินค้าคงเหลือและ

หรือทรัพย์สินที่บริษัทมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ ตามมาตรา 77/1(8)(ฉ)

แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อเลิกประกอบกิจการหรือแจ้งเลิก

ประกอบกิจการ ตามมาตรา 85/15 แห่งประมวลรัษฎากร โดยมูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาด

ในวันเลิกประกอบกิจการ ตามมาตรา 79/3(5) แห่งประมวลรัษฎากร

3. กรณีที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิกบริษัทและบริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษี

ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก) แล้ว แม้

บริษัทจะได้เลิกกันแล้วแต่การชำระบัญชียังไม่เสร็จสิ้น ให้ถือว่าบริษัทยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็น

เพื่อการชำระบัญชี ตามมาตรา 1249 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น บริษัทจึงยังมีหน้าที่ยื่น

แบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 พร้อมงบการเงินต่อไปจนกว่าจะได้จดทะเบียนการ

ชำระบัญชีแล้วเสร็จโดยมีรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มตั้งแต่วันถัดจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (วันที่

เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก) และหากบริษัทได้ชำระภาษีไว้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว บริษัทไม่ต้องรับผิด

เสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแต่อย่างใด

สำหรับกรณีที่บริษัทชำระบัญชีแล้วเสร็จ บริษัทจะมีหนังสือแจ้งสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่บริษัทตั้ง

อยู่ว่าบริษัทชำระบัญชีแล้วเสร็จก็ได้

4. กรณีที่บริษัทเลิกกัน ให้ผู้ชำระบัญชีและผู้จัดการมีหน้าที่ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานประเมิน

ทราบการเลิกของบริษัทนั้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก ถ้าบุคคลดังกล่าวไม่

ปฏิบัติตาม เจ้าพนักงานประเมินอาจสั่งให้บริษัทเสียเงินภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย

และเพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีให้ถือวันที่ เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิกเป็นวันสุดท้ายของ

รอบระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา 72 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากเจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก

วันที่ 24 กรกฎาคม 2544 ก็ต้องถือวันที่ 24 กรกฎาคม 2544 เป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

และบริษัทมีหน้าที่ต้องจัดทำงบการเงิน ณ วันที่เจ้าพนักงานรับจดทะเบียนเลิก (24 กรกฎาคม 2544)

และยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีภายในกำหนดเวลา 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของ

รอบระยะเวลาบัญชี

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 21 พฤษภาคม 2556

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการเลิกกิจการและการชำระบัญชี

    กค 0702/4377

  2. 13 มีนาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีของดเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

    กค 0706/2901

  3. 4 ตุลาคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการเลิกประกอบกิจการ

    กค 0706/8299

  4. 14 ธันวาคม 2548

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีบริษัทควบเข้ากัน

    กค 0706/10422

  5. 7 มิถุนายน 2544

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการโอนกิจการ

    กค 0811/5753

  6. 23 สิงหาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีขอขยายเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมงบดุล

    กค 0811/32236

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 27 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 35 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 72 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ