ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีให้บริการโฆษณาผลิตภัณฑ์สินค้าร่วมกัน

กค 0811/3713 · 14 พฤษภาคม 2545

เลขที่หนังสือ
กค 0811/3713
วันที่
14 พฤษภาคม 2545
เลขตู้
65/31415

1.ข้อหารือ

ลูกค้าของบริษัท บ. ผลิตสินค้าประเภทเครื่องดื่ม เช่น เบียร์ โซดา น้ำดื่ม ได้มีนโยบายใน

การปรับปรุงโครงสร้างและระบบการบริหารของบริษัทใหม่เพื่อรองรับการแข่งขันในกิจการประเภท

เครื่องดื่มโดยจะให้บริษัทในเครือเป็นผู้ผลิตสินค้าภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า ส่วนบริษัท บ. จะ

เป็นผู้ดูแลและกำกับเฉพาะนโยบายในด้านการประชาสัมพันธ์ชื่อและเครื่องหมายการค้า การดูแลกำกับ

การ สั่งการใด ๆ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ เครื่องหมายการค้า แสวงหาข้อมูลด้านการตลาดหรือข้อมูล

ต่าง ๆ ในทางการค้า กำหนดแผนการตลาด ติดต่อกับสื่อหรือเอเย่นต์บริษัทผู้รับทำโฆษณา (Agency)

เกี่ยวกับแผนการตลาดและกิจกรรมต่าง ๆ ในและต่างประเทศ ตรวจสอบการทำงานและประสิทธิภาพ

ของสื่อ และตรวจสอบ บิล และใบแจ้งหนี้จากบริษัทโฆษณาหรือบริษัทสื่อต่าง ๆ เพื่อจัดเก็บค่าใช้จ่ายด้าน

การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาตกลง

จะร่วมกันรับผิดชอบโดยการเฉลี่ยค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังนี้

ก. ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่บริษัท บ. ได้จ่ายจริงและจ่ายเพื่อการโฆษณา

ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดเท่านั้น

ข. ค่าใช้จ่ายโฆษณาของผลิตภัณฑ์ชนิดใดมีการผลิต ณ โรงงานของบริษัทในเครือหลายแห่ง

ให้คิดถัวเฉลี่ยตามยอดขายของแต่ละบริษัทในเครือ และแต่ละชนิดผลิตภัณฑ์

ค. การคิดคำนวณและเรียกเก็บส่วนเฉลี่ยค่าโฆษณาภายใต้สัญญานี้ บริษัท บ . จะคิด

ค่าบริการหรือบวกกำไรหรือส่วนเพิ่มตามสมควร

บริษัทฯ จึงขอทราบว่า

1. วิธีการในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายของบริษัท บ. ข้างต้น เข้าลักษณะเป็นการให้บริการ

รับจ้างโฆษณา บริษัทในเครือมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2.0 ของจำนวนเงินที่จ่าย ถูกต้อง

หรือไม่ อย่างไร พร้อมทั้งเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

2. ภาษีซื้อจากการโฆษณาตามใบกำกับภาษีที่บริษัทโฆษณาหรือบริษัทสื่อโฆษณาได้ออกให้กับ

บริษัท บ. บริษัท บ. มีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าวไปใช้ในการคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ และเมื่อ

บริษัท บ. เรียกเก็บเงินจากบริษัทในเครือใบกำกับภาษีที่บริษัท บ. ได้ออกให้ บริษัทในเครือมีสิทธินำไป

ใช้หรือขอเครดิตภาษีต่อไปได้

3. หากบริษัท บ. ไม่มีการเรียกเก็บส่วนต่างหรือค่าบริการใด ๆ บริษัท ในเครือไม่มีหน้าที่

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจากไม่มีกำไรหรือเป็นการทดรองจ่ายแทนบริษัทในเครือถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัท บ. ได้ตกลงกับบริษัทในเครือซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าประเภทเครื่องดื่มภายใต้ชื่อ

และเครื่องหมายการค้าของบริษัท บ. โดยบริษัท บ. จะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องของการโฆษณา

ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สินค้าภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้าดังกล่าว รายจ่ายสำหรับการโฆษณาที่บริษัท

บ. ได้จ่ายไป จึงเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 และมาตรา

65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อบริษัท บ. ได้จ่ายค่าโฆษณาตามข้อเท็จจริงดังกล่าว

บริษัท บ. มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งกรมสรรพากรในอัตราร้อยละ 2.0 ของยอดเงินที่จ่าย

นั้น ตามข้อ 10 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม

มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

สำหรับภาษีซื้อที่บริษัท บ. ถูกเรียกเก็บจากผู้ประกอบกิจการให้บริการโฆษณา

ภาษีซื้อดังกล่าวบริษัท บ. มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ตามมาตรา 82/3 แห่ง

ประมวลรัษฎากร

2. กรณีบริษัท บ. ได้เรียกเก็บเงินจากบริษัทในเครือตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัท บ.

และบริษัทในเครือได้ตกลงกัน เนื่องจากเงินที่บริษัท บ. ได้เรียกเก็บตามสัญญาดังกล่าว เป็นเรื่องของ

กิจการการให้บริการโฆษณาโดยตรง ดังนั้น เมื่อบริษัทในเครือได้จ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับบริษัท บ. ตาม

สัญญาดังกล่าว บริษัทในเครือมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งในอัตราร้อยละ 2.0 ของ

ยอดเงินได้ที่จ่ายนั้น ทั้งนี้ ตามข้อ 10 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน

พ.ศ. 2528

บริษัท บ. ซึ่งเป็นผู้ให้บริการตามสัญญาดังกล่าวมีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก

บริษัทในเครือซึ่งเป็นผู้รับบริการ ทั้งนี้ ตามมาตรา 77/2 และมาตรา 82/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดย

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริษัทในเครือถูกเรียกเก็บย่อมเป็นภาษีซื้อของบริษัทในเครือเพื่อนำไปหักกับภาษีขายใน

การคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

3. หากบริษัท บ. ได้มีการเรียกเก็บเงินตามสัญญาดังกล่าว โดยมิได้มีการเรียกเก็บส่วนต่าง

หรือค่าบริการใด ๆ เพิ่มเติมจากที่บริษัท บ. ได้จ่ายไปจริง บริษัทในเครือก็ยังคงมีหน้าที่หักภาษี ณ

ที่จ่าย และนำส่งในอัตราร้อยละ 2.0 ของยอดเงินได้ที่จ่ายนั้น ทั้งนี้ ตามข้อ 10 ของ

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 6 สิงหาคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าส่งเสริมการขาย

    กค 0702/4699

  2. 7 กุมภาพันธ์ 2550

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการแจกสินค้าเพื่อส่งเสริมการขายและการโฆษณา

    กค 0706/1154

  3. 7 กุมภาพันธ์ 2550

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ กรณีการให้บริการป้ายโฆษณา

    กค 0706/1135

  4. 17 ตุลาคม 2549

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีรับจ้างควบคุมงานก่อสร้างในต่างประเทศ

    กค 0706/8735

  5. 3 ธันวาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีเงินทดรองจ่าย

    กค 0706/12169

  6. 1 กุมภาพันธ์ 2545

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าใช้จ่ายค่าโฆษณา

    กค 0811/พ./939

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 77/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ