ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาระภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร กรณีรายได้จากการให้กู้ยืมเงิน

กค 0811/172 · 1 มีนาคม 2543

เลขที่หนังสือ
กค 0811/172
วันที่
1 มีนาคม 2543
ประเภทภาษี
อื่น ๆ
เลขตู้
63/28970

1.ข้อหารือ

นาย ก. ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดย

แสดงว่ามีหนี้สินกับบริษัท ข. จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2540 เป็นหนี้เงินกู้จำนวน 100,000,000 บาท และ

มีผู้กล่าวหาร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าหนี้สินจำนวนดังกล่าว

เป็นเท็จ ซึ่งจากการตรวจสอบไม่ปรากฏหนี้จำนวนดังกล่าวในบัญชีงบดุลของบริษัทฯ

ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 291 และมาตรา 293 คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม

การทุจริตแห่งชาติจึงขอทราบว่า หากบริษัทฯ ได้ให้ นาย ก. กู้ยืมเงินจริง แต่ไม่ได้ลงในบัญชีงบดุล

บริษัทฯ จะมีความผิดต่อกฎหมายใด อย่างไร และกรมสรรพากรจะมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการใน

เรื่องดังกล่าวอย่างไร

2.แนววินิจฉัย

หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า บริษัทฯ ได้ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน และได้รับดอกเบี้ยจากการ

ให้กู้ยืมเงินดังกล่าว บริษัทฯ มีภาระภาษีอากรซึ่งกรมสรรพากรมีอำนาจหน้าที่ในการเรียกเก็บตาม

ประมวลรัษฎากร ดังนี้

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ดอกเบี้ยที่บริษัทฯ ได้รับจากการให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน ถือเป็นรายได้เนื่องจากการ

ประกอบกิจการ บริษัทฯต้องนำดอกเบี้ยจากการให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินมารวมกับรายได้อื่นเพื่อคำนวณกำไรสุทธิ

เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่มีรายได้

นั้น

2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ

บริษัทฯ ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงิน ถือเป็นการประกอบกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์อยู่ในบังคับ

ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/2(5) แห่งประมวลรัษฎากร และรายรับจากดอกเบี้ยของ

บริษัทฯ คือฐานภาษีในการคำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/5(5) แห่งประมวลรัษฎากร

3. อากรแสตมป์

สัญญากู้ยืมเงินของบริษัทฯ ถือเป็นตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงต้อง

ปิดแสตมป์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชี ตามมาตรา 104 แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตราทุกจำนวนเงิน

2,000 บาท แห่งวงเงินให้กู้ยืม ต่อค่าอากรแสตมป์ 1 บาท แต่เมื่อคำนวณค่าอากรแล้วเกิน 10,000

บาท ให้เสีย 10,000 บาท

4. กรณีบริษัทฯ ไม่ได้ดำเนินการเพื่อการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ

กรมสรรพากรมีอำนาจตามประมวลรัษฎากรที่จะประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ตามข้อ 1 และข้อ 2 ดังกล่าวข้างต้น พร้อมเรียกเก็บเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และกรณีบริษัทฯ มิได้

ปิดแสตมป์บริบูรณ์ในตราสาร กรมสรรพากรมีอำนาจตามประมวลรัษฎากรที่จะเรียกเก็บเงินอากรจนครบ

ตามข้อ 3 พร้อมเรียกเก็บเงินเพิ่มอากรด้วย

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 14 กุมภาพันธ์ 2567

    ภาระภาษีตามประมวลรัษฎากรของกองทุน

    กค 0702/891

  2. 3 มิถุนายน 2551

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีการประกอบกิจการธนาคารหมู่บ้าน

    กค 0702/2932

  3. 30 มกราคม 2549

    ภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีเงินได้จาก กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ

    กค 0706/767

  4. 14 พฤศจิกายน 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการจ่ายค่าธรรมเนียมการให้กู้เงิน (Front End Fee)

    กค 0706/11062

  5. 11 มิถุนายน 2542

    ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการให้กู้ยืมเงิน

    กค 0811/05502

  6. 25 พฤศจิกายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีให้กู้ยืมโดยคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาด

    กค 0811/16321

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 65 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 91/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 104 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ