ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีหน่วยงานราชการจ้างที่ปรึกษาชาวต่างประเทศ

กค 0811/15669 · 19 พฤศจิกายน 2540

เลขที่หนังสือ
กค 0811/15669
วันที่
19 พฤศจิกายน 2540
ข้อกฎหมาย
ประเด็นปัญหา
เลขตู้
60/26069

1.ข้อหารือ

สำนักงานฯ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาการเรียนการสอนในระหว่าง พ.ศ. 2540 - 2544 โดยใช้เงินกู้จากธนาคารโลก ซึ่งเมื่อจ่ายเงินเดือนให้ผู้เชี่ยวชาญกรณีเหล่านี้จะมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายหรือไม่

1. ตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายจัดหาครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จ้างชาวอังกฤษเป็นรายบุคคล ระยะเวลา 9 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2540 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2541 ปฏิบัติงานที่สำนักงานโครงการ พวส. กระทรวงศึกษาธิการ อัตราค่าจ้างประมาณเดือนละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ

2. ตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายวิจัยและพัฒนาหลักสูตร สาขาเคมี จ้างชาวอเมริกันเป็นรายบุคคล ระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ปฏิบัติงานที่ สถาบันราชภัฎนครสวรรค์ อัตราค่าจ้างประมาณเดือนละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ

3. ตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายวิจัยและพัฒนาหลักสูตร สาขาชีววิทยา จ้างชาวแคนาดาเป็นรายบุคคล ระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ปฏิบัติงานที่สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม อัตราค่าจ้างประมาณเดือนละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ

4. ตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายวิจัยและพัฒนาหลักสูตร สาขาฟิสิกส์ จ้างชาวออสเตรเลียเป็นรายบุคคล ระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ปฏิบัติงานที่ สถาบันราชภัฎเชียงใหม่ อัตราค่าจ้างประมาณเดือนละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ

2.แนววินิจฉัย

(1) กรณีที่สำนักงานฯ จ้างบุคคลธรรมดาซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเนื่องจากเงินได้ที่ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับจากการรับจ้างเป็นที่ปรึกษาดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้จากหน้าที่งานที่ทำในประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญฯ จึงมีหน้าที่ต้องนำเงินได้นั้น มารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร และเมื่อสำนักงานฯ จ่ายเงินเดือนให้กับผู้เชี่ยวชาญฯ สำนักงานฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร

(2) กรณีที่สำนักงานฯ จ้างบุคคลธรรมดาซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดาและประเทศออสเตรเลียเนื่องจากเงินได้ที่ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในประเทศทั้งสาม ได้รับจากการรับจ้างเป็นที่ปรึกษาดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากงานรัฐบาล ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญฯ จึงมีหน้าที่ต้องนำเงินได้นั้น มารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 19 วรรคแรกแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดา และประเทศออสเตรเลียเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนแล้วแต่กรณี ฉะนั้น เมื่อสำนักงานฯ จ่ายเงินเดือนให้กับผู้เชี่ยวชาญฯ สำนักงานฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 28 สิงหาคม 2558

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการจ่ายค่าจ้างให้แก่ชาวต่างประเทศ

    0702/7792

  2. 24 สิงหาคม 2558

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินค่าที่ปรึกษาให้กับชาวต่างประเทศ

    0702/7602

  3. 14 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินได้ของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ประเด็นปัญหา: มาตรา 41 วรรคหนึ่ง มาตรา 50(1) วรรคท้าย            สำนักงาน ท. ซึ่งเป็นส่วนราชการระดับกรม ได้รับการสนับสนุนทางการเงินแบบให้เปล่าจากธนาคารโลกภายใต้กองทุน ASEM II เพื่อดำเนินโครงการ Participatory Watershed Management for Ping River Basin และได้ทำสัญญาว่าจ้าง ดร. D ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ของโครงการในวงเงิน 2,100,000 บาท ตามสัญญาลงวันที่ 10 ตุลาคม 2547 โดยเป็นเงินช่วยเหลือร้อยละ 92 และเงินงบประมาณแผ่นดินร้อยละ 8 และมีระยะเวลาการทำงานตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2547 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2548 ทั้งนี้วงเงินที่จัดจ้าง 2,100,000 บาทนี้ แบ่งออกเป็นค่าจ้าง ที่ปรึกษาจำนวน 1,200,000 บาท และค่าใช้จ่าย (ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และเบี้ยเลี้ยง) อีก 900,000 บาท โดยค่าจ้างที่ปรึกษาแบ่งออกเป็น 4 งวด อนึ่ง ลักษณะการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญเป็นการให้คำปรึกษาและจัดทำรายงานเพื่อเสนอต่อสำนักงานฯ ตามข้อตกลงในสัญญา โดยผู้เชี่ยวชาญไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทย และจะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมในประเทศไทยตามที่สำนักงานฯ กำหนด โดยคาดว่าจะต้องเดินทางมาไม่เกิน 5 ครั้ง และแต่ละครั้งจะพำนักอยู่ไม่เกิน 14 วัน รวมระยะเวลาที่จะพำนักอยู่ในประเทศไทยไม่เกิน 180 วัน สำนักงานฯ ขอทราบอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากรของผู้เชี่ยวชาญเพื่อถือปฏิบัติต่อไป

    กค 0706/5810

  4. 12 กรกฎาคม 2548

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย กรณีจ่ายค่าที่ปรึกษาให้บุคคลธรรมดาและบริษัทในต่างประเทศ ประเด็นปัญหา: มาตรา 50 มาตรา 70            ตามที่สำนักงาน ก. แจ้งว่า สตง. ได้ดำเนินการตรวจสอบรายงานการเงินของโครงการปฏิรูปภาคการเงินและบริการให้คำปรึกษาด้านปรับโครงสร้างหนี้สำหรับปีงบประมาณ 2546 และงวด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2547 ของสำนักงานฯ และมีข้อสังเกตประกอบการตรวจสอบรายงานการเงินเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ของสำนักงานฯ โดยมีข้อเท็จจริง ดังนี้           1. สำนักงานฯ ในฐานะหน่วยงานกลางในการดำเนินโครงการปฏิรูปภาคการเงิน และบริการให้คำปรึกษาด้านปรับโครงสร้างหนี้ ได้เบิกจ่ายเงินจากธนาคาร อ. และธนาคาร ป. ลำดับที่ ชื่อ/ประเทศค่าจ้างที่ปรึกษา (เหรียญสหรัฐ)สัญญาตั้งแต่ วันที่ถึงวันที่เดินทางมา ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ถึงวันที่จำนวนวันเดิน ทางมาประเทศไทย1.ธนาคาร อ . Mr.R สหรัฐอเมริกา 4,000 9 ธ.ค.44 – 31 มี.ค.45 31 มี.ค. - 7 เม.ย.46 8 วัน2.ธนาคาร ป. Mr.L เยอรมัน 8,100 12 เม.ย. - 20 เม.ย.46 16 เม.ย. - 20 เม.ย.46 5 วัน3.Mr.E สหรัฐอเมริกา9,00010 มี.ค. - 21 มี.ค.469 มี.ค. - 25 มี.ค.4618 วัน4.Mr.M อินโดนีเซีย7,8005 มี.ค. - 22 เม.ย.4623 มี.ค. - 5 เม.ย.4614 วัน5.บริษัท C ออสเตรเลีย35,00021 มี.ค. - 4 เม.ย.4622 มี.ค. - 5 เม.ย.4615 วัน6.Mr. O อังกฤษ10,66012 มี.ค. - 26 มี.ค.4615 มี.ค. - 26 มี.ค.4612 วัน           2. ต่อมา สตง. ได้ตรวจสอบรายงานการเงินของโครงการดังกล่าวแล้วมีข้อสังเกตว่าโครงการไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในการจ่ายเงินค่าจ้างที่ปรึกษาซึ่งเป็นการจ่ายเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจำนวนเงิน 3,090,254.21 บาท โดยไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 เป็นจำนวนเงิน 463,538.13 บาท เป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร               (1) มาตรา 50(1) วรรค 4 “ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคสามที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้”               (2) มาตรา 70 “บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(3)(4)(5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้ พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้ พึงประเมินทั้งนี้ ให้นำมาตรา 24 มาใช้บังคับโดยอนุโลม”           3. สำนักงานฯ เห็นว่าการที่ธนาคาร อ. และธนาคาร ป. ไม่ได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 ของค่าจ้างที่ปรึกษาชาวต่างประเทศ เนื่องจากเห็นว่าชาวต่างประเทศที่ปฏิบัติงานภายใต้โครงการดังกล่าวเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยรวมกันแล้วไม่เกิน 183 วัน ซึ่งเป็นการนำความเห็นของกรมสรรพากรตามหนังสือที่ กค 0706/5810 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2546 มาเป็นข้อมูล อ้างอิงในการปฏิบัติ สำนักงานฯ จึงหารือว่าการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ ลำดับที่ ชื่อ/ประเทศค่าจ้างที่ปรึกษา (เหรียญสหรัฐ)สัญญาตั้งแต่ วันที่ถึงวันที่เดินทางมา ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ถึงวันที่จำนวนวันเดิน ทางมาประเทศไทย1.ธนาคาร อ . Mr.R สหรัฐอเมริกา 4,000 9 ธ.ค.44 – 31 มี.ค.45 31 มี.ค. - 7 เม.ย.46 8 วัน2.ธนาคาร ป. Mr.L เยอรมัน 8,100 12 เม.ย. - 20 เม.ย.46 16 เม.ย. - 20 เม.ย.46 5 วัน3.Mr.E สหรัฐอเมริกา9,00010 มี.ค. - 21 มี.ค.469 มี.ค. - 25 มี.ค.4618 วัน4.Mr.M อินโดนีเซีย7,8005 มี.ค. - 22 เม.ย.4623 มี.ค. - 5 เม.ย.4614 วัน5.บริษัท C ออสเตรเลีย35,00021 มี.ค. - 4 เม.ย.4622 มี.ค. - 5 เม.ย.4615 วัน6.Mr. O อังกฤษ10,66012 มี.ค. - 26 มี.ค.4615 มี.ค. - 26 มี.ค.4612 วัน

    กค 0706/5664

  5. 7 กันยายน 2542

    ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณี A และ B เข้ามาให้บริการฝึกอบรม

    กค 0811/09287

  6. 11 มิถุนายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีจ้างนิติบุคคลต่างประเทศมาเพื่อฝึกอบรม

    กค 0813/08519

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ