ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอแก้ไขรายการในแบบ ภ.พ.30 ที่ได้ยื่นไปแล้ว
กค 0811/135 · 11 มกราคม 2543
- เลขที่หนังสือ
- กค 0811/135
- วันที่
- 11 มกราคม 2543
- ประเภทภาษี
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ข้อกฎหมาย
- มาตรา 84
- เลขตู้
- 63/28803
1.ข้อหารือ
สำนักงานสรรพากรภาคหารือกรณีบริษัท ส. จำกัด มีหนังสือขอให้กรมสรรพากรอนุมัติให้
บริษัทฯแก้ไขรายการในแบบ ภ.พ.30 เดือนตุลาคม 2540 ที่ได้ยื่นไปแล้ว เพื่อบริษัทฯ จะได้มีสิทธินำ
ภาษีที่ชำระไว้เกินไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไปซึ่งสำนักงานสรรพากรภาคมีความเห็นว่า ควร
อนุมัติตามคำขอของบริษัทฯ ดังมีรายละเอียดดังนี้
1. บริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนตุลาคม 2540 โดยลงลายมือชื่อในแบบฯ เพื่อขอคืน
ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสด จำนวน 11,278,010.79 บาท แต่ได้นำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือน
พฤศจิกายน 2540 ด้วย
2. บริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนพฤศจิกายน 2540 เดือนธันวาคม 2540 เดือน
มกราคม 2541 และเดือนกุมภาพันธ์ 2541 โดยไม่ได้ลงลายมือชื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสด แต่มี
ความประสงค์นำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไป
3. สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ได้มีหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.72.1)
สำหรับเดือนตุลาคม 2540 จำนวน 11,278,010.79 บาท
4. ต่อมาสำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ได้มีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม
(ภ.พ.73.1) สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2540 โดยประเมินภาษีจากยอดเงินภาษีที่ชำระไว้เกินเดือน
ตุลาคม 2540 จำนวน 11,278,010.79 บาทพร้อมทั้งเงินเพิ่มจำนวน 338,340.32 บาท รวมเป็น
เงิน 11,616,351.11 บาท เนื่องจากขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสดแล้ว จึงไม่มีสิทธินำไปใช้
ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนพฤศจิกายน 2540 และได้หมายเหตุว่า ให้บริษัทฯ มีสิทธินำภาษีชำระไว้เกิน
ของเดือนพฤศจิกายน 2540 ไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนธันวาคม 2540 ได้
5. บริษัทฯ ยื่นอุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยดังนี้
(1) ให้ปลดภาษีตามการประเมิน โดยมีเหตุผลว่า การนำภาษีชำระเกินยกมา
ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มสูงเกินความเป็นจริง ส่วนต่างดังกล่าวไม่ใช่การคำนวณภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อตาม
มาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อาจประเมินภาษีจากส่วนต่างของภาษีชำระเกินยกมาสูงกว่า
ความเป็นจริงได้ การประเมินภาษีและเงินเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมินจึงไม่ถูกต้อง
(2) กรณีเงินภาษีที่ชำระไว้แล้วตามการประเมิน ผู้อุทธรณ์มีสิทธิขอคืนได้แต่ไม่สามารถ
นำเงินภาษีดังกล่าวไปใช้เป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไป
คำวินิจฉัยอุทธรณ์ตาม (2) จะทำให้การยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนธันวาคม 2540
เดือนมกราคม 2541 และเดือนกุมภาพันธ์ 2541 ผิดพลาดคลาดเคลื่อน บริษัทฯ ต้องชำระภาษีเพิ่มเติม
และเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร
6. บริษัทฯจึงขออนุมัติกรมสรรพากร ดังนี้
(1) ขอแก้ไขแบบ ภ.พ.30 ของเดือนตุลาคม 2540 โดยระบุว่าขอนำภาษีที่ชำระไว้
เกินไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนถัดไป และให้ถือว่าแบบ ภ.พ.30 ฉบับดังกล่าวถูกต้อง จะทำให้บริษัทฯ
มีสิทธินำภาษีที่ชำระไว้เกินของเดือนตุลาคม 2540 ไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนพฤศจิกายน 2540
และก็จะทำให้แบบ ภ.พ.30 ของเดือนอื่น ๆ ถัดไป ถูกต้องด้วย
(2) บริษัทฯ ไม่ประสงค์ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์จำนวน
11,278,010.79 บาท เพราะได้นำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนพฤศจิกายน 2540 แล้ว แต่จะขอคืน
เงินเพิ่มจำนวน 338,340.32 บาท เท่านั้น
2.แนววินิจฉัย
1. กรณีบริษัทฯ ยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนตุลาคม 2540 โดยได้ลงลายมือชื่อในช่อง จ
ของแบบ ภ.พ.30 แสดงว่า บริษัทฯ มีความประสงค์ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสด และกรมสรรพากร
ได้แจ้งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเงินสด ถือว่าถูกต้องแล้ว ทั้งนี้ ตามมาตรา 84 แห่งประมวลรัษฎากร
ประกอบกับข้อ 6.1 ข้อ 16.1 ข้อ 19.1 (1) และ (2) ของระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการคืนเงิน
ภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ.2539 จึงไม่ต้องแก้ไขแบบ ภ.พ.30 เดือนตุลาคม 2540 แต่อย่างใด
2. กรณีคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ปลดภาษีตามการประเมินและให้บริษัทฯ
มีสิทธิขอคืนเงินภาษีที่ชำระไว้แล้วตามการประเมิน แต่ไม่สามารถนำเงินภาษีดังกล่าวไป
ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนธันวาคม 2540 บริษัทฯต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ
คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์
3. อย่างไรก็ดี เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่บริษัทฯ ให้สรรพากรภาคแจ้งให้
เจ้าพนักงานประเมินในท้องที่ที่สถานประกอบการของบริษัทฯ ตั้งอยู่ ตรวจปฏิบัติการทั่วไปภาษีมูลค่าเพิ่ม
สำหรับเดือนตุลาคม 2540 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2541 และดำเนินการหักกลบลบหนี้ระหว่างภาษีที่ต้อง
ชำระและภาษีที่มีสิทธิขอคืน ซึ่งสามารถกระทำได้เนื่องจากภาษีที่ต้องคืนให้แก่ผู้เสียภาษีและภาษีที่
ผู้เสียภาษีต้องชำระได้มีการตรวจสอบตัวเลขแล้ว แต่กรมสรรพากรไม่ต้องจ่ายคืนเงินให้แก่ผู้เสียภาษี
และเป็นการบรรเทาภาระของผู้เสียภาษีที่ไม่ต้องชำระภาษีตามจำนวนที่ถูกประเมิน จ่ายเพียงจำนวนสุทธิ
หลังจากหักกลบลบหนี้แล้วและให้งดเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้
ตามข้อ 11 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือ
เงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี
มาตรา 89 และมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
18 กุมภาพันธ์ 2559
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการประเมินภาษีอากรกค 0702/1509
5 มีนาคม 2553
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีผู้ประกอบการขอเครดิตภาษีกค 0702/1789
20 เมษายน 2552
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขอคืนภาษีกค 0702/พ./2896
13 ตุลาคม 2547
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มกค 0706(กม.07)/พ./868
6 มกราคม 2546
ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีรายจ่ายค่าก่อสร้างระบบไฟฟ้าใหม่กค 0706/พ.45
5 กุมภาพันธ์ 2545
ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีอายุความการขอคืนเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มกค 0811(กม.06)/พ./185
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
อ้างมาตรา 84 เช่นกัน
ดูทั้งหมด- 0702(กม)/6794 กุมภาพันธ์ 2565ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสถานเอกอัครราชทูตถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7เปิดข้อหารือ
- 0702/11677 มีนาคม 2557ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนำมารวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีเปิดข้อหารือ
- กค 0702/58723 มกราคม 2556ภาษีเงินได้นิติบุคคลภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีจ่ายค่าจัดส่งพนักงาน (Dispatch fee)เปิดข้อหารือ
- กค 0702/1279 มกราคม 2555ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มเปิดข้อหารือ
- กค 0702/951330 พฤศจิกายน 2553ภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้ กรณีรับเงินชดเชยค่าภาษีน้ำมันและการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีเปิดข้อหารือ
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ