ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

กค 0706/7633 · 1 สิงหาคม 2550

เลขที่หนังสือ
กค 0706/7633
วันที่
1 สิงหาคม 2550
ข้อกฎหมาย
มาตรา 31
เลขตู้
70/35177

1.ข้อหารือ

บริษัทฯ ขอหารือเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน โดยสรุปข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามบัตรส่งเสริมการลงทุนจำนวน 2 ฉบับ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2544 - 2550 สำหรับปี 2549 กิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมีกำไรสุทธิจำนวน 2 ล้านบาท ส่วนกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามบัตรส่งเสริมฉบับที่ 1 มีกำไรสุทธิจำนวน 5 ล้านบาท และตามบัตรส่งเสริมฉบับที่ 2 มีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 4 ล้านบาท บริษัทฯ จึงขอทราบว่า

1. บริษัทฯ จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 อย่างไร

2. กรณีตาม 1. หากบริษัทฯ เลือกเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิจำนวน 2 ล้านบาทของกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว บริษัทฯ จะนำผลขาดทุนสะสมจำนวน 4 ล้านบาทของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามบัตรส่งเสริมฉบับที่ 2 ไปใช้ ภายหลังระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในระยะเวลา 5 ปี ได้หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีบริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน 2 ฉบับ บริษัทฯ ต้องนำผลกำไรสุทธิและผลขาดทุนสุทธิจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้ง 2 ฉบับ มารวมคำนวณให้เป็นยอดกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเพียงยอดเดียวถ้ามีกำไรสุทธิก็ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลถ้าขาดทุนสุทธิก็ให้มีสิทธิยกไปหักจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล มีกำหนดเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นกำหนดเวลานั้น ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ประกอบกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร ที่ 35/2540 เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการนำผลขาดทุนของกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนไปหักภายหลังระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2540        2. กรณีกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ จำนวน 5 ล้านบาท ตามบัตรส่งเสริมฉบับที่ 1 และมีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 4 ล้านบาท ตามบัตรส่งเสริมฉบับที่ 2 เมื่อนำมารวมคำนวณแล้วจึงมีกำไรสุทธิประจำปีจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ จึงไม่มีผลขาดทุนสะสมที่จะต้องยกไปใช้ภายหลังระยะเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกต่อไป และกรณีกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 2 ล้านบาท บริษัทฯ จึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิดังกล่าว ทั้งนี้ ตามข้อ 3 และข้อ 4 ของประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2530

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 21 กรกฎาคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการใช้ผลขาดทุนของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0702(กม.10)/1485

  2. 24 มกราคม 2551

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0706/572

  3. 31 ตุลาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณภาษีเงินได้สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0706(กม.02)/3279

  4. 13 กรกฎาคม 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค. 0706/6971

  5. 25 กรกฎาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีนำผลขาดทุนไปหักออกจากกำไรของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0811(กม.06)/1178

  6. 23 ธันวาคม 2540

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน

    กค 0811/17501

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 31 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ