ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการโต้แย้งพระราชกฤษีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 360 และฉบับที่ 373 มาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 กรณี การยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการให้บริการ มีความหมายรวมตลอดถึงการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการให้บริการแก่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สถาบันการเงินด้วยหรือไม่ และหากบทบัญญัติดังกล่าวสามารถตีความให้มีผลได้สองทาง ทั้งที่ได้รับการยกเว้นและที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี การที่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรพิจารณาว่าเงินได้ของบุคคลใดไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเนื่องจากการตีความในทางใดทางหนึ่งจะถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือไม่
กค 0706/394 · 17 มกราคม 2548
- เลขที่หนังสือ
- กค 0706/394
- วันที่
- 17 มกราคม 2548
- ประเภทภาษี
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- ข้อกฎหมาย
- พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 360 และฉบับที่ 373
- เลขตู้
- 68/33279
1.ข้อหารือ
มาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 กรณี การยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการให้บริการ มีความหมายรวมตลอดถึงการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการให้บริการแก่บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สถาบันการเงินด้วยหรือไม่ และหากบทบัญญัติดังกล่าวสามารถตีความให้มีผลได้สองทาง ทั้งที่ได้รับการยกเว้นและที่ไม่ได้รับการยกเว้นภาษี การที่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรพิจารณาว่าเงินได้ของบุคคลใดไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเนื่องจากการตีความในทางใดทางหนึ่งจะถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือไม่
2.แนววินิจฉัย
1. เหตุผลที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกรณี การปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้น เนื่องจากประเทศไทยได้ประสบภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจซึ่งส่ง ผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคเอกชน ทำให้สถาบันการเงินและเจ้าหนี้อื่นของ ลูกหนี้มีความจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ซึ่งตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา ได้มีการตรากฎหมายเพื่อให้สิทธิประโยชน์จากการ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้มาแล้วจำนวน 7 ฉบับ แต่ละฉบับมีรายละเอียด ดังนี้
1.1 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 325) พ.ศ. 2541 ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นรัษฎากรสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่กระทำระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2541 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2542
1.2 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 349) พ.ศ. 2542 ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นรัษฎากร สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่กระทำระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้อื่น ซึ่งเจ้าหนี้อื่นนี้หมายความว่าเจ้าหนี้ที่มิใช่สถาบันการเงินซึ่งได้ดำเนินการเจรจาร่วมกับสถาบัน การเงินในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้นได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2541 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2542
1.3 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นรัษฎากร สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่กระทำระหว่างเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน เจ้าหนี้อื่นกับลูกหนี้ของสถาบันการเงิน ลูกหนี้ของเจ้าหนี้อื่น และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้น ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2544
1.4 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 373) พ.ศ. 2543 เป็นพระราชกฤษฎีกาแก้ไข เพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 โดยเพิ่มมาตรา 8 ทวิ เพื่อให้สิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีอากรสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินได้ทำให้แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้อื่นและสำหรับการกระทำตราสาร อันเนื่องมาจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว และลูกหนี้ของสถาบันการเงินต้องนำเงินได้ที่ได้รับมานั้นไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และการโอนอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต้องกระทำตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2544
1.5 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2545 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2545
1.6 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 410) พ.ศ. 2545 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2546 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2546 และ
1.7 พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2547
ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกาตาม 1.5 ถึง 1.7 ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีอากร สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ได้กระทำกันระหว่างเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน เจ้าหนี้อื่นกับลูกหนี้สถาบันการเงินและลูกหนี้ของเจ้าหนี้อื่น และสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอน อสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน โดยลูกหนี้ต้องนำเงินได้ที่ได้รับ จากการโอนอสังหาริมทรัพย์นี้ไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์
2. กรณีการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้าหรือการให้บริการอันจะได้รับสิทธิ ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ตามมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 กฎหมายกำหนดให้ยกเว้นภาษีอากรแก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินสำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2544 ซึ่งข้อความตามบทบัญญัติดังกล่าวได้แสดงไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า เงินได้ที่จะได้รับยกเว้นภาษีอากร จะต้องเป็นเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินที่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินได้กระทำให้แก่เจ้าหนี้ ที่เป็นสถาบันการเงินอันเนื่องมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และเนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการให้สิทธิในการที่จะได้รับยกเว้นภาษีอากร จึงต้องตีความโดยเคร่งครัดตามเจตนารมณ์ของกฎหมายซึ่งเมื่อพิจารณาหมายเหตุท้ายพระราชกฤษฎีกาจะเห็นได้ว่า เหตุผลในการตราพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวกฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะยกเว้นภาษีอากรให้เฉพาะการดำเนินการใด ๆ ภายใต้การปรับปรุง โครงสร้างหนี้ที่ได้กระทำระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้อื่นเท่านั้น กรณี จึงไม่อาจถือได้ว่าบทบัญญัติตามมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ไม่ชัดเจนหรือเคลือบคลุม
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่กฎหมายมุ่งประสงค์จะยกเว้นภาษีอากรสำหรับเงินได้ที่ ได้รับจากการโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้อื่นที่มิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินซึ่งได้ดำเนินการภายใต้ การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ก็จะต้องมีบทบัญญัติของกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจน ซึ่งกรณีดังกล่าวจะเห็น ได้จากการตราพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 373) พ.ศ. 2543 เพื่อเพิ่มความเป็นมาตรา 8 ทวิ ในพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 360) พ.ศ. 2542 โดยบทบัญญัติตามมาตรา 8 ทวิ ดังกล่าว จะกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้อื่นซึ่งมิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน โดยลูกหนี้ของสถาบันการเงินต้องนำเงินได้นั้นไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงิน ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด และการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรตามมาตรา 8 ทวิ ดังกล่าว จะต้องกระทำตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2544 กรณีดังกล่าวเทียบเคียงได้กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2545
ดังนั้น หากปรากฏว่าการโอนทรัพย์สินให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่เจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินได้กระทำก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 อันเป็นวันที่พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 373) พ.ศ. 2543 มีผลใช้บังคับก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรแต่อย่างใด แต่หากเป็นการกระทำที่ได้ กระทำตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2544 แล้ว การโอนทรัพย์สิน ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีอากร สำหรับเงินได้ที่ได้รับ จากการโอนทรัพย์สินให้แก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหนี้สถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้อื่นภายใต้การดำเนินการ ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง
เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า
29 มิถุนายน 2549
ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีสถาบันการเงินตามพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 410) พ.ศ.2545กค 0706/5470
29 ธันวาคม 2547
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 ประเด็นปัญหา: พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ.2547 ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า นางสาว ก. กรรมการผู้จัดการบริษัท ข. จำกัด มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามโดยมีข้อเท็จจริงสรุปได้ดังนี้ 1. บริษัทฯ เป็นลูกหนี้เงินกู้ของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2538 บริษัทฯ ได้นำเงินกู้ไปลงทุนทำโครงการจัดสรรที่ดินและได้นำที่ดินทั้งหมดในโครงการฯ มาเป็นหลักประกันธนาคารฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินในโครงการตามระเบียบของกรมที่ดินต่อมาในปี 2540 ธนาคารฯ ไม่ยอมปล่อยเงินกู้และไม่ยอมทำการค้ำประกันสาธารณูปโภคตามระเบียบของกรมที่ดินในการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทำให้โครงการฯ ต้องหยุดดำเนินการ 2. ในปี 2545 ได้มีการโอนหนี้ของบริษัทฯ ไปให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. (ต่อมาได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ให้บริษัท บริหารสินทรัพย์ ก.) และได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ พ. ได้เข้ามาค้ำประกันสาธารณูปโภคเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน บริษัทฯ จึงได้ไปดำเนินการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน ซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดินได้มีมติอนุญาตให้ทำการจัดสรรตามแผนผังโครงการของบริษัทฯ โดยมีข้อกำหนดประการหนึ่งคือ บริษัทฯ ต้องจัดการให้ที่ดินที่ขอจัดสรรปราศจากภาระผูกพันใด ๆ (ภาระจำนอง) เสียก่อนออกใบอนุญาต แต่เนื่องจากที่ดินของโครงการฯ ยังมีภาระผูกพันเป็นประกันหนี้ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้และจะปลอดจากการประกันเมื่อบริษัทฯ ชำระหนี้ที่ดินตารางวาละ 3,800.-บาทกค 0706/11526
28 ธันวาคม 2547
การขอคืนภาษีกรณีปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ประเด็นปัญหา: มาตรา 744(2) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 1. นาง ช. ประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดิน โดยกู้เงินจากธนาคารและได้จำนองที่ดิน ที่จัดสรรไว้กับธนาคารฯ ตามสัญญาจำนองฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2537 ต่อมานาง ช. ได้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินต่อสำนักงานที่ดินและได้ขอให้ธนาคารฯ ปลอดจำนองที่ดินเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น โดยกำหนดให้ที่ดินที่จะขออนุญาตจัดสรรต้องปลอดภาระผูกพันใดๆ ธนาคารฯ ได้ปลอดจำนองที่ดินดังกล่าวให้แก่นาง ช. ตามข้อตกลงปลอดจำนอง ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2537 โดยได้จดทะเบียนปลอดจำนองไว้กับสำนักงานที่ดิน จากนั้นคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน จึงออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินให้ 2. นาง ช. ได้ทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคารฯ โดยต้องชำระหนี้ให้ธนาคารฯ จำนวนเงิน 9,177,180.11 บาท ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2546 และวันที่ 14 มิถุนายน 2547 นาง ช. ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 67425 อำเภอเมืองเชียงรายพร้อมสิ่งปลูกสร้างทาวเฮาส์ 2 ชั้น ให้แก่นางสาว น. และขอรับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 แต่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย เรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวนเงิน 15,842 บาท ภาษีธุรกิจเฉพาะจำนวนเงิน 21,120 บาท รวมเป็นเงินภาษีที่เรียกเก็บ 36,962 บาท เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า การจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวเป็นการโอนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นเพื่อชำระหนี้สถาบันการเงิน ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้ลดค่าธรรมเนียมตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2547 เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวพ้นจากการจำนองแล้วกค 0706/11440
6 สิงหาคม 2547
การยกเว้นภาษี กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กค 0706/7451
24 ธันวาคม 2545
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 399) พ.ศ. 2545กค 0706/1040
28 สิงหาคม 2544
ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรในการปรับปรุง โครงสร้างหนี้ที่มีการฟ้องบังคับหนี้แล้วกค 0811/8393
บริการเสริม
ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ
ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้
ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว
เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ