ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคืนภาษีอากร

0702/8591 · 23 กันยายน 2558

เลขที่หนังสือ
0702/8591
วันที่
23 กันยายน 2558
ข้อกฎหมาย
มาตรา 27 ตรี
เลขตู้
78/39873

1.ข้อหารือ

1. สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ก. ได้ประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลบริษัทA สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 โดยมีภาษีที่ต้องชำระ จำนวน 3,316,791.62 บาท เบี้ยปรับ จำนวน 3,313,791.62 บาท และเงินเพิ่ม (คำนวณไว้ถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2556) จำนวน 1,641,811.71 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,275,394.95 บาท ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคล

2. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2556 บริษัทA ได้ยื่นคำอุทธรณ์ (ภ.ส. 6) ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขอให้ยกเลิกการประเมิน และงดหรือลดเบี้ยปรับ

3. เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2556 บริษัทA ได้ชำระภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มพร้อมทั้งเงินเพิ่มใหม่ ตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีดังกล่าว โดยใช้แบบขอชำระภาษีอากรคงค้าง (ท.ป. 3) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,474,402.45 บาท

4. เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 บริษัทA ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร (ค. 10) เพื่อขอคืนเงินภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2552 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 จำนวน 8,474,402.45 บาท มูลเหตุที่ขอคืนเนื่องจากบริษัทA ได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีตามหนังสือแจ้งการประเมินดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้แล้ว จึงขอคืนเงินที่ชำระดังกล่าว

5. เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2557 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ (ภ.ส. 7) วินิจฉัยว่า การประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นการถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ส่วนเบี้ยปรับให้ลดลงคงเหลือเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย จำนวน 1,658,395.81 บาท

6. ต่อมาบริษัทA ได้ยื่นฟ้องกรมฯ ต่อศาลภาษีอากรกลาง เพื่อเพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคล และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว และเรียกเงินคืนเป็นจำนวน 8,474,402.45 บาท พร้อมดอกเบี้ย

2.แนววินิจฉัย

กรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทA ถูกเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,275,394.95 บาท ซึ่งบริษัทA ได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีพร้อมทั้งชำระภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีดังกล่าวไว้แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2557 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ในส่วนของเบี้ยปรับให้ลดลงคงเหลือเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย จำนวน 1,658,395.81 บาท ดังนั้น การที่บริษัทA ได้ชำระเบี้ยปรับไว้ จำนวน 3,316,791.62 บาท ตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีดังกล่าว จึงเป็นภาษี (เบี้ยปรับ) ที่บริษัทA เสียไว้โดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย จำนวน 1,658,395.81 บาท (3,316,791.62 - 1,658,395.81) บริษัทA จึงเป็นผู้มีสิทธิขอคืนเงิน ตามนิยามที่กำหนดไว้ในข้อ 4 ของระเบียบกรมฯ ว่าด้วยการคืนเงินภาษีอากร พ.ศ. 2539 โดยบริษัทA ต้องยื่นคำร้อง ค. 10 ขอคืนเงินภาษีอากรภายในสามปีนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินเป็นหนังสือ ตามมาตรา 27 ตรี (2) แห่งประมวลรัษฎากร การที่บริษัทA ได้ยื่นคำร้อง ค. 10 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 ก่อนที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ บริษัทA จึงยังไม่ใช่ผู้มีสิทธิขอคืนตามระเบียบกรมฯ ดังกล่าว

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 2 กรกฎาคม 2561

    เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขอคืนเงินภาษีอากร

    0702/5134

  2. 25 ธันวาคม 2558

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

    กค 0702/11530

  3. 21 พฤศจิกายน 2548

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการหักกลบลบหนี้เงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0706/พ./9712

  4. 27 กันยายน 2548

    ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการนำภาษีธุรกิจเฉพาะที่ได้ประเมินไปแล้วไปหักกลบกับเงินภาษีที่มีสิทธิได้รับคืน

    กค0706/8046

  5. 7 มกราคม 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการคำนวณดอกเบี้ยให้แก่ผู้ได้รับคืนเงินภาษีอากรที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย

    กค 0811/00137

  6. 8 มิถุนายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการขอคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย

    กค 0811/07926

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 27 ตรี เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ