ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินค่าก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ำโกลกแห่งที่ 2 ให้แก่บริษัทมาเลเซีย ผ่านรัฐบาลมาเลเซีย

กค 0702/7643 · 10 พฤศจิกายน 2551

เลขที่หนังสือ
กค 0702/7643
วันที่
10 พฤศจิกายน 2551
ข้อกฎหมาย
มาตรา 69 ทวิ
เลขตู้
71/36209

1.ข้อหารือ

กรม ท. หารือเกี่ยวกับภาระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงิน ค่าก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลก สรุปข้อเท็จจริงได้ดังนี้

1. รัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซียได้เห็นชอบให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งที่ 2 เชื่อมระหว่าง บ้านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส กับ Bukit Bunga,Tanah Merah,Kelantan,Malaysia โดยรัฐบาลทั้งสองประเทศตกลงออกค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างฝ่าย ละครึ่งหนึ่ง และได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซีย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2547

2. ต่อมารัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซีย ได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างก่อสร้างสะพาน ดังกล่าว กับ Trawide Holding Sdn. Bhd (บริษัทฯ) ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศมาเลเซีย ไม่มีสาขาในประเทศไทย ในวงเงิน 9,175,665.86 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 93,334,873.13 บาท)ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง จึงเป็นของรัฐบาลมาเลเซีย 4,587,832.93 ริงกิตมาเลเซีย และรัฐบาลไทย 4,587,832.93 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 46,667,436.56 บาท) โดย บริษัทฯ จะใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 11 เดือน

3. รัฐบาลมาเลเซียได้จ่ายเงินค่าจ้างแต่ละงวดในส่วนของรัฐบาลมาเลเซียและได้ทดรอง จ่ายค่าจ้างในส่วนของรัฐบาลไทยให้แก่บริษัทผู้รับจ้างจนงานแล้วเสร็จ ต่อมาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 รัฐบาลมาเลเซียได้แจ้งเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในส่วนที่รัฐบาลไทยรับผิดชอบ โดยกรมทางหลวงเป็นผู้เบิกจ่ายเงินจากเงินงบประมาณของกรมทางหลวง เป็นเงิน 4,575,577.86 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 48,867,171 บาท)

จึงขอทราบว่า ในการจ่ายเงินของฝ่ายรัฐบาลไทยดังกล่าว กรม ท. มีหน้าที่นำส่งภาษี มูลค่าเพิ่มและมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เนื่องจากค่าจ้างก่อสร้างสะพานตามสัญญาดังกล่าว เข้าลักษณะ เป็นกำไรจากธุรกิจ ดังนั้น หากบริษัทฯ เข้ามาก่อสร้างสะพานในประเทศไทยเป็นเวลาเกินกว่า 6 เดือน กรณีดังกล่าวถือว่าบริษัทฯ มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย ตามข้อ 5 วรรคสอง(ซ) แห่งความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งประเทศมาเลเซียเพื่อการเว้น การเก็บภาษีซ้อน และการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในการจัดเก็บภาษีจากเงินได้ ฉะนั้น บริษัทฯ ต้องนำเงินได้จากการก่อสร้างสะพานในส่วนที่พึงถือได้ว่าเป็นของสถานประกอบการถาวร มารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 7 วรรคหนึ่ง แห่งอนุสัญญาดังกล่าว และกรมทางหลวงผู้จ่ายค่าจ้างมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ นิติบุคคล ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1.0 ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีที่บริษัทฯ เข้ามารับจ้างก่อสร้างสะพานในประเทศไทย นั้น เข้าลักษณะ เป็นกรณีที่ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ดังนั้น หากบริษัทฯ ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรม ท. ผู้จ่ายเงินค่าจ้างก่อสร้างสะพาน มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษีในอัตรา ร้อยละ 7.0 ของค่าจ้าง ตามมาตรา 83/6(1) แห่งประมวลรัษฎากร ด้วยแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 36 ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 30 มกราคม 2549

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินตามสัญญาจ้างก่อสร้าง

    กค 0706/768

  2. 2 พฤศจิกายน 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และอากรแสตมป์ การเสียภาษีอากร กรณีการทำสัญญาก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกของกรุงเทพมหานคร

    กค 0706/9777

  3. 17 สิงหาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายเงินค่าจ้างให้กับบริษัทต่างประเทศ

    กค 0706/7714

  4. 24 ธันวาคม 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าจ้างติดตั้งโครงข่ายโทรศัพท์

    กค 0811/12962

  5. 8 พฤศจิกายน 2542

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษา

    กค 0811/11483

  6. 19 พฤศจิกายน 2541

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีบริษัทต่างประเทศทำการออกแบบคำนวณโครงสร้างทางยกระดับในต่างประเทศ

    กค 0811/15968

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 69 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ