ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีการรับมรดก กรณีการรับมรดกของทายาทโดยธรรม

กค 0702/5655 · 3 ตุลาคม 2566

เลขที่หนังสือ
กค 0702/5655
วันที่
3 ตุลาคม 2566
ประเภทภาษี
อื่น ๆ
ข้อกฎหมาย
มาตรา 12มาตรา 17

1.ข้อหารือ

นาย ก. ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายกับนาง ข. มีบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว 3 คน ได้แก่ นายหนึ่ง นายสอง และน.ส.สาม โดย นาย ก. และ นาง ข. มีทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสเป็นที่ดินมีโฉนดและเงินฝากธนาคารในประเทศรวมกันเป็นจำนวนเงิน 250 ล้านบาท นาย ก. เสียชีวิตโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ซึ่งนาง ข. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลตามกฎหมาย โดยทรัพย์สินดังกล่าวเมื่อเป็นสินสมรสจึงต้องถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก จำนวน 125 ล้านบาทเป็นของนาง ข. คู่สมรส ส่วนที่สอง จำนวน 125 ล้านบาท เป็นกองมรดกของนาย ก. โดยทายาททุกคนได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันว่า นาง ข. นายหนึ่ง และ น.ส.สาม จะไม่ขอรับทรัพย์มรดก จำนวน 125 ล้านบาท ของนาย ก. และตกลงให้ทรัพย์มรดกดังกล่าวตกเป็นของ นายสอง ดังนั้น จึงขอหารือว่า ทายาทแต่ละคนของนาย ก. มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการรับมรดกหรือไม่ อย่างไร และกรณีการโอนสิทธิการรับมรดกให้แก่ นายสอง แต่เพียงผู้เดียวนั้น นายสอง มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการรับให้ทรัพย์สินหรือไม่ อย่างไร

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีทายาทโดยธรรมของ นาย ก. ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันให้ นายสอง ได้รับทรัพย์มรดกของนาย ก. ทั้งหมด หากได้กระทำขึ้นโดยทำสัญญาโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทายาทฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนของทายาททั้งสามคนดังกล่าวเป็นสำคัญ อันมีลักษณะเป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกกันโดยมีการทำสัญญาตามมาตรา 1750 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว นาง ข. นายหนึ่ง และน.ส.สาม ไม่ได้รับมรดกตามสัญญาดังกล่าว จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการรับมรดก ตามมาตรา 12 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558

2. ในกรณีที่ นายสอง ได้รับทรัพย์มรดกจากนาย ก. ผู้เป็นเจ้ามรดกรวมกันมีมูลค่าเกินหนึ่งร้อยล้านบาท จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการรับมรดกเฉพาะส่วนที่เกินหนึ่งร้อยล้านบาท ซึ่งคำนวณจากมูลค่าของทรัพย์สินทั้งสิ้นที่ได้รับเป็นมรดกหักด้วยภาระหนี้สินอันตกทอดมาจากการรับมรดก ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 นายสอง มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับมรดกที่เป็นเหตุให้มีหน้าที่เสียภาษี กล่าวคือ เมื่อได้รับทรัพย์มรดกรวมกันมีมูลค่าเกินหนึ่งร้อยล้านบาท ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558

3. กรณีนาง ข. นายหนึ่ง และนางสาวสาม ตกลงให้ทรัพย์มรดกทั้งหมดตกเป็นของนายสอง แต่เพียงผู้เดียว เป็นการตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดก ตามมาตรา 1750 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทรัพย์สินที่ นายสอง ได้รับมาจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการรับมรดก ซึ่งไม่ใช่การได้รับทรัพย์สินจากการให้ ดังนั้น นายสอง จึงไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 13 มีนาคม 2569

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการเครดิตภาษีเงินปันผล

    กค 0702/1494

  2. 24 กรกฎาคม 2566

    ภาษีการรับมรดก กรณีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้ตาย

    กค 0702/4121

  3. 23 มิถุนายน 2565

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณียกที่ดินสินสมรสให้บุตร

    กค 0702/3889

  4. 21 กันยายน 2552

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีกองมรดกให้เช่าที่ดินซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน

    กค 0702/7863

  5. 26 มกราคม 2552

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีกองมรดกขายที่ดินซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน

    กค 0702/549

  6. 11 มีนาคม 2551

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีขายอสังหาริมทรัพย์

    กค 0702/587

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 12 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 17 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ