ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กค 0702/4185 · 29 มิ.ย. 2560

เลขที่หนังสือ
กค 0702/4185
วันที่
29 มิ.ย. 2560
ข้อกฎหมาย
มาตรา 50
เลขตู้
80/40413

1.ข้อหารือ

กรณีออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่มิได้ออกจากงาน ให้แก่พนักงานที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดยกองทุนฯ ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งกรมสรรพากรไว้แล้ว แต่พนักงานได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินได้จำนวนดังกล่าวใน สปป.ลาว อีกครั้งหนึ่ง

เงินได้ที่ จ่ายให้แก่ผู้ปฏิบัติงานที่ ส่งเข้าทำงานใน สปป.ลาว เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร หากผู้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ใน สปป.ลาว เงินได้ที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้รับจากการทำงานใน สปป.ลาว จะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉพาะใน สปป.ลาว ตามข้อ 15 วรรคหนึ่ง แห่งความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ 3 ขอหารือว่า พนักงาน. สามารถขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนฯ ซึ่งหักนำส่งกรมสรรพากรไว้แล้ว ได้หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

กรณีที่พนักงานลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ไม่ได้ลาออกจากงาน ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติต่อไป เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่พนักงานได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เข้าลักษณะเป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งได้รับจากการทำงานเพื่อกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น เมื่อกองทุนฯ จ่ายเงินได้ให้แก่พนักงาน จึงมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

อย่างไรก็ดี เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่พนักงานได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เข้าลักษณะเป็น

เงินได้จากการบริการส่วนบุคคลที่ไม่เป็นอิสระ ซึ่งพนักงานได้รับในส่วนที่เกี่ยวกับการจ้างงาน ดังนั้น หากพนักงานเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ใน สปป.ลาว เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่พนักงานได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเก็บภาษีได้เฉพาะใน สปป.ลาว ตามข้อ 15 วรรคหนึ่ง แห่งความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจาก

เงินได้ และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 พนักงานจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยจากเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ

ที่พนักงานได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด ดังนั้น

หากพนักงานถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งกรมสรรพากรไว้แล้ว พนักงานย่อมมีสิทธิขอคืนภาษีจำนวนดังกล่าว

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 31 มกราคม 2561

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินที่พนักงานได้รับจากการเลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0702/875

  2. 17 กันยายน 2555

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0702/8219

  3. 10 สิงหาคม 2549

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการออกจากงานก่อนเกษียณอาย

    กค 0706/พ./6732

  4. 7 มีนาคม 2549

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีขอยกเว้นภาษีสำหรับพนักงานที่สมัครเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0706(กม.02)/226

  5. 6 มิถุนายน 2543

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีการหักภาษี ณ ที่จ่าย

    กค 0811/4560

  6. 18 กุมภาพันธ์ 2541

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

    กค 0811/02152

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 50 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ