ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีจำหน่ายซอฟท์แวร์ในประเทศไทย

กค 0702/2891 · 3 มิถุนายน 2551

เลขที่หนังสือ
กค 0702/2891
วันที่
3 มิถุนายน 2551
ข้อกฎหมาย
มาตรา 70
เลขตู้
71/35903

1.ข้อหารือ

บริษัท ไอ. (บริษัทฯ) ประกอบธุรกิจจำหน่าย ซอฟท์แวร์ และฮาร์ดแวร์ ในประเทศไทย ได้นำเข้า ซอฟท์แวร์จากบริษัทในประเทศต่างๆ 11 ประเทศ คือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สาธารณรัฐสิงคโปร์ สหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศแคนาดา ประเทศมาเลเซีย ประเทศออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ประเทศนิวซีแลนด์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สหพันธ์รัฐรัสเซีย เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าที่มีถิ่นที่อยู่และสถานที่ตั้งในประเทศไทย บริษัทฯ ขอหารือว่า การที่บริษัทฯ ชำระค่าซอฟท์แวร์ไปยังผู้ขายในต่างประเทศทั้ง 11 ประเทศ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย หรือไม่ ในอัตราเท่าใด และมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการ อย่างไร

2.แนววินิจฉัย

เนื่องจากค่าตอบแทนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟท์แวร์ เข้าลักษณะเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(3) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น การที่บริษัทฯ ได้ชำระเงินค่าซอฟท์แวร์ให้กับบริษัทเจ้าของ ลิขสิทธิ์ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 และยื่นรายการตามแบบ ภ.ง.ด.54 พร้อมนำส่งภาษีที่หักไว้ ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

อย่างไรก็ดี หากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ประเทศแคนาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน อัตราภาษีที่บริษัทฯ มีหน้าที่ ต้องหักไว้ จะได้รับการลดลงเหลือร้อยละ 5 ของเงินได้ ตามข้อ 12 แห่งความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทย กับประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ประเทศแคนาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยง การรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และตามข้อ 13 แห่งอนุสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทย กับประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ แล้วแต่กรณี นอกจากนั้น หากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์มีถิ่นที่อยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ อัตราภาษีดังกล่าว จะได้รับการลดลง เหลือร้อยละ 10 ของเงินได้ตามข้อ 12 แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อการเว้น การเก็บภาษีซ้อนฯ

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 6 ตุลาคม 2559

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายค่าสิทธิไปต่างประเทศ

    กค 0702/8336

  2. 14 พฤษภาคม 2553

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการโอนเงินค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้กับบริษัทต่างประเทศ

    กค 0702/3370

  3. 7 มิถุนายน 2550

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ

    กค 0706/5615

  4. 10 พฤศจิกายน 2548

    ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดรายการแสดงทางโทรทัศน์ (LICENSE FEE)

    กค 0706/9341

  5. 27 ธันวาคม 2547

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีว่าจ้างบริษัทต่างประเทศ ประเด็นปัญหา: อนุสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ, พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 18) พ.ศ.2505, มาตรา 70            ตลาดฯ เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าโดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงการดำเนินธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการของตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า แต่มิได้มีสภาพเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น รายได้ที่ได้มาไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ ต่อมาตลาดฯ ได้ตกลงทำสัญญาว่าจ้างบริษัทฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายแห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ ไม่มีสำนักงานสาขาในประเทศไทย เพื่อจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมระบบการซื้อขายและการหักบัญชี รวมทั้งให้บริการปรับปรุงพัฒนาโปรแกรม ดูแลบำรุงรักษา และฝึกอบรมพนักงานของตลาดฯ โดยการจ่ายค่าตอบแทนภายใต้สัญญาดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนตามหน้าที่งานซึ่งบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องกระทำดังนี้           ก. การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ (Hardware) จำนวนเงิน 15.3 ล้านบาท           ข. การให้บริการ               - จัดทำ Work and Resource Plan จำนวนเงิน 7 ล้านบาท               - จัดทำ Requirement Definition Study Report จำนวนเงิน 4 ล้านบาท               - จัดทำ Functional Specification จำนวนเงิน 2 ล้านบาท           ค. การให้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งบริษัทฯ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรม ดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น               - การพัฒนาโปรแกรม จำนวนเงิน 2 ล้านบาท               - การฝึกอบรม จำนวนเงิน 1.7 ล้านบาท               - การ lmplementation, Maintenance and Support เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยปีแรกจำนวนเงิน 30 ล้านบาท ปีที่สองจำนวนเงิน 6 ล้านบาท ปีที่สามจำนวนเงิน 6 ล้านบาท           โดยการให้บริการตามสัญญา บริษัทฯ จะส่งพนักงานของตนเข้ามาให้บริการในประเทศไทย กำหนดระยะเวลาปฏิบัติงานในสัญญาไม่เกิน 6 เดือนสำหรับการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ ปรับปรุงพัฒนาและติดตั้งโปรแกรมและฝึกสอนการใช้งานทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พนักงานของบริษัทฯ ได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2546 จนถึงปัจจุบัน โดยมีระยะเวลาเกินกว่า 6 เดือน โดยในวันที่ 29 มิถุนายน 2547 ตลาดฯ ตรวจรับงาน และจ่ายเงินงวดแรกให้บริษัทฯ จำนวน 68 ล้านบาทสำหรับการดำเนินการของบริษัทฯ ภายใต้สัญญา ข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค. เฉพาะกรณีการบำรุงรักษาสำหรับปีที่หนึ่ง โดยคงเหลือเงินค้างชำระสำหรับสัญญาดังกล่าวในการบำรุงรักษาสำหรับปีที่สองและปีที่สาม จำนวน 12 ล้านบาท           นอกจากนี้ เนื่องจากตลาดฯ มีความจำเป็นต้องว่าจ้างบริษัทฯ เพื่อให้มีพนักงานของบริษัทฯ ดังกล่าวอยู่ให้บริการดูแลและแก้ไขปัญหาการใช้งานในระยะแรกที่อาจเกิดขึ้น (On-site Support) ซึ่งถือเป็นการขยายจากงาน Implementation Maintenance and Support เดิม โดยทำสัญญาว่าจ้างต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 3 เดือน จำนวนเงิน 6 ล้านบาท

    กค 0706/11414

  6. 21 พฤษภาคม 2546

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์และค่าบริการอื่นให้แก่บริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย

    กค 0706/4653

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 70 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ