ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการได้รับเงินอุดหนุนเพื่อดำเนินการด้านงานวิจัย

0702/2305 · 18 มีนาคม 2559

เลขที่หนังสือ
0702/2305
วันที่
18 มีนาคม 2559
เลขตู้
79/40059

1.ข้อหารือ

มูลนิธิฯ ได้จัดตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.เพื่อการสังคมสงเคราะห์กลุ่มประชาชนทั่วไป และกลุ่มนักเรียน นักศึกษา

2.ส่งเสริมด้านการศึกษา การกีฬา และศาสนา

3.ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางสาธารณภัย และศึกษาค้นคว้าวิธีบำบัดรักษาผู้ป่วยจากยาเสพติดและเอดส์

4.เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์การการกุศลเพื่อการกุศล และองค์การสาธารณประโยชน์เพื่อสาธารณประโยชน์

5.เพื่อดำเนินการให้มีการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และกิจกรรมภาคประชาชน เพื่อมุ่งเน้น การอนุรักษ์พลังงาน ตลอดจนส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในวงกว้าง

6.ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด ทั้งนี้ มูลนิธิฯ มีนโยบายมุ่งเน้นประกอบกิจกรรมและดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในข้อ 5 เป็นหลัก โดยงบประมาณที่นำมาใช้จะนำมาจากการขอรับบริจาคจากหน่วยงาน องค์กรภาครัฐและเอกชนต่างๆ ที่เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริม สร้างนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานอันเป็นสาธารณประโยชน์ในหลากหลายมิติ มูลนิธิฯ ได้เสนอตัวเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (กองทุนฯ) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และอยู่ในความดูแลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งกองทุนฯ ได้มีประกาศให้หน่วยงานประเภทไม่แสวงหากำไรทั่วไป ที่ต้องการรับอุดหนุนทุนวิจัยเสนอโครงการเพื่อให้ สนพ. พิจารณาทุกๆ ปี และ สนพ. เห็นชอบจัดสรรเงินกองทุนดังกล่าวให้มูลนิธิฯ เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาโคมไฟถนนแอลอีดีที่มีความทนทานต่อกระแสไฟกระชากสูง โดยมูลนิธิฯ ลงนามยืนยันการขอรับทุน ทั้งนี้ กองทุนฯ กำหนดให้มูลนิธิฯ จัดทำแผนค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาโครงการ รายงานความคืบหน้าการใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่มูลนิธิฯ เสนอไป โดยทรัพย์สินที่ได้จัดซื้อเพื่อพัฒนาโครงการให้ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของทางมูลนิธิฯ และหากมีทรัพย์สินทางปัญญาเกิดขึ้นให้ถือว่ามูลนิธิฯ และกองทุนฯ เป็นเจ้าของร่วมกันกองทุนฯ ถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 มิได้มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม หรือองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐมูลนิธิฯ ขอหารือดังนี้

1.เงินสนับสนุนดังกล่าวถือเป็นเงินบริจาคที่มูลนิธิฯ ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี เงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 ทวิ (13) แห่งประมวลรัษฎากร ใช่หรือไม่ และกรณีหากไม่ถือเป็นเงินบริจาค เงินสนับสนุนจะถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใดตามประมวลรัษฎากร

2.งานวิจัยตามข้อเท็จจริงเป็นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ถูกต้องหรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีมูลนิธิฯ ทำสัญญาการรับทุนสนับสนุน กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน กลุ่มงานโครงการสาธิตหรือริเริ่ม ปีงบประมาณ 2558 ที่ สนอ. 08-03-58-002 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2558 (สัญญาฯ) กับกระทรวงพลังงาน เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาโคมไฟถนนแอลอีดีที่มีความทนทานต่อกระแสไฟกระชากสูง ในวงเงิน 13,900,000 บาท ทั้งนี้ ในสัญญากำหนดให้มูลนิธิฯ จัดทำแผนค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาโครงการ รายงานความคืบหน้าการใช้งบประมาณให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่มูลนิธิฯ เสนอไป โดยทรัพย์สินที่ได้จัดซื้อเพื่อพัฒนาโครงการให้ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของทางมูลนิธิฯ และหากมีทรัพย์สิน ทางปัญญาเกิดขึ้นให้ถือว่ามูลนิธิฯ และกองทุนฯ เป็นเจ้าของร่วมกัน รวมถึงการระงับการให้การสนับสนุน ดังนั้น เงินหรือทรัพย์สินที่มูลนิธิฯ ได้รับดังกล่าวถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร มิใช่เงินที่ได้รับจากการรับบริจาคหรือการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ทวิ (13) แห่งประมวลรัษฎากร มูลนิธิฯ ต้องนำรายได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 2 ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใดๆ ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 250) พ.ศ. 2535

2.กรณีมูลนิธิฯ รับจ้างทำวิจัยดังกล่าวให้กับกองทุนฯ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ จึงอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ดี หากกองทุนฯ มีลักษณะเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลและกิจการของรัฐตามกฎหมายที่จัดตั้งกิจการนั้น หรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของซึ่งไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามข้อ 2 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 12) เรื่อง กำหนดสาขาและลักษณะการประกอบกิจการ การให้บริการวิจัยหรือการให้บริการทางวิชาการ ตามมาตรา 81 (1) (ฎ) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 การให้บริการวิจัยหรือให้บริการทางวิชาการของมูลนิธิฯ ให้แก่กองทุนฯ จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ฎ) แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 6 กุมภาพันธ์ 2568

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการวิจัยหรือการใช้บริการทางวิชาการ

    กค 0702/716

  2. 8 มีนาคม 2566

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการได้รับเงินอุดหนุน รายรับจากการดำเนินการ และการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0702/1299

  3. 6 ตุลาคม 2564

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินทุนสนับสนุนจากองค์การระหว่างประเทศในการซื้อสินค้าและบริการ

    กค 0702/5168

  4. 18 มิถุนายน 2553

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีภาระภาษีของมูลนิธิ

    กค0702/4315

  5. 19 กรกฎาคม 2549

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีเงินบริจาคให้แก่มูลนิธิอาเซียน

    กค 0706/6089

  6. 1 มีนาคม 2543

    ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีมูลนิธิถูกเวนคืนที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

    กค 0811/1552

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 65 ทวิ เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 77/2 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ