ข้อหารือดัชนีข้อหารือกรมสรรพากร (ไม่ใช่เว็บทางการ)ค้นหา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินได้จากการเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต

กค 0702/138 · 9 มกราคม 2552

เลขที่หนังสือ
กค 0702/138
วันที่
9 มกราคม 2552
เลขตู้
72/36324

1.ข้อหารือ

นาย ก. มีอาชีพรับราชการครู และประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต ซึ่งต้องมีการลงทุนจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีลูกจ้างพนักงานที่ต้องจ่ายเงินเดือน มีค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่ารับรองหรือค่าบริการเพื่อประโยชน์ในการติดต่อหาลูกค้า ในปีภาษี 2550 นาย ก. มีรายได้จากการเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตเป็นจำนวนเงิน 1,165,566.92 บาท นาย ก. จึงขอทราบว่า

1. เงินได้จากการเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตดังกล่าว ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร และสามารถหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร ใช่หรือไม่

2. หากมีรายรับจากการเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี จะได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช่หรือไม่

2.แนววินิจฉัย

1. กรณีตาม 1. เงินได้จากการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนตามกฎหมายว่าด้วยการรับประกันวินาศภัยหรือกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราร้อยละ 40 แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว ต้องไม่เกิน 60,000 บาท แต่ถ้าในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการตั้งเป็นสำนักงาน ซึ่งต้องลงทุนจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ มีลูกจ้างพนักงานต้องจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่ารับรองหรือค่าบริการเพื่อประโยชน์ในการติดต่อหาลูกค้า ซึ่งเมื่อรวมทั้งปีแล้วสูงกว่าอัตราร้อยละดังกล่าว กรมสรรพากรอนุโลมให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ ตามมาตรา 8 ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502

2. กรณีตาม 2. รายรับที่ได้จากการประกอบกิจการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนประกันชีวิต ถือเป็นรายรับจากการให้บริการตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งอยู่ในบังคับต้องเสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร หากมีรายรับเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/1(1) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น หากนาย ก. มีรายรับจากการเป็นตัวแทนขายประกันชีวิตไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อย่างไรก็ดี นาย ก. ซึ่งประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม มีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีตามแบบที่อธิบดีกำหนดเพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ตามมาตรา 81/3 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อหารือที่เกี่ยวข้อง

เรียงตามวันที่ จากใหม่ไปเก่า

  1. 6 กรกฎาคม 2560

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเงินได้จากการเป็นตัวแทนประกันภัย

    กค 0702/4383

  2. 15 พฤษภาคม 2550

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีมูลค่าฐานภาษีที่จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    กค 0706/พ./4805

  3. 8 กันยายน 2547

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีประกอบกิจการตัวแทนประกันชีวิต

    กค 0706/8346

  4. 14 กรกฎาคม 2547

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้จากการเป็นตัวแทนประกันชีวิต

    กค 0706/6632

  5. 23 สิงหาคม 2544

    ภาษีเงินได้ กรณีเงินได้จากการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนขายประกัน

    กค 0811/8106

  6. 27 เมษายน 2541

    ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีเงินได้จากการเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต

    กค 0811(กม)/820

บริการเสริม

ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูกรณีของคุณ

ข้อหารือผูกพันเฉพาะผู้ยื่นหารือรายนั้น หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงต่างออกไป ทีมที่ปรึกษาด้านภาษีที่ผู้ดูแลเว็บไซต์ร่วมงานด้วยสามารถช่วยตรวจสอบกรณีจริงของคุณได้ การกรอกข้อมูลเป็นการขอให้ติดต่อกลับเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์นี้

ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และประเด็นที่กรอกใช้เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น ไม่เผยแพร่ ดู ความเป็นส่วนตัว

อ้างมาตรา 40 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

อ้างมาตรา 77/1 เช่นกัน

ดูทั้งหมด

เนื้อหานี้เป็นการนำเสนอสิ่งที่กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยไว้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี เว็บไซต์นี้ไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของกรมสรรพากร โปรดตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใด ๆ